เรื่องของบล็อก

บล็อก
ความหมายของบล็อก คือ การบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ

ประเภทของบล็อก
1. แบ่งตามลักษณะของมีเดียที่มีในบล็อกได้แก่
1.1. Linklog บล็อกแบบนี้น่าจะเป็นบล็อกรุ่นแรก ๆ
เป็นบล็อกที่รวมลิ๊งก์ที่เจ้าของบล็อกสนใจเอาไว้
1.2 Photoblog ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับว่า Photo บล็อกประเภทนี้เน้นในโพสต์ภาพถ่ายที่เจ้าของบล็อกอยากนำเสนอ
และมักจะไม่เน้นที่จะเขียนข้อความมากนัก
1.3. Vlog ย่อมาจาก Videoblog เป็นบล็อกที่รวมวิดีโอคลิปไว้ในบล็อก
2. แบ่งตามประเภทเนื้อหา ได้แก่
2.1 บล็อกส่วนตัว(Personal Blog) นำแสนอความคิดเห็น กิจวัตรประจำวันของเจ้าของบล็อกเป็นหลัก
2.2 บล็อกข่าว(News Blog) บล็อกที่นำเสนอข่าวเป็นหลัก
2.3 บล็อกกลุ่ม(Collaborative Blog) เป็นบล็อกที่เขียนกันเป็นกลุ่ม เช่น blognone.com
2.4 บล็อกการเมือง(Politic Blog) ว่าด้วยเรื่องการเมืองล้วน ๆ
2.5 บล็อกเพื่อสิ่งแวดล้อม(Environment Blog) พูดถึงเรื่องราวของธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อม
2.6 มีเดียบล็อก(Media Blog) เป็นบล็อกที่วิเคราะห์สื่อต่างๆ สารคดีและสิ่งที่เกี่ยวกับสื่อ เช่น oknation.net/blog/black ของสุทธิชัย หยุ่น
2.7 บล็อกบันเทิง(Entertainment Blog) บล็อกที่นำเสนอเรื่องราวบันเทิงทั้งทางจอแก้ว และจอเงิน เรื่องซุบซุดารา กองถ่าย ฯลฯ
2.8 บล็อกเพื่อการศึกษา(Educational Blog) ในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมักจะใช้บล็อกเป็นสื่อในการสอนหรือ แลกเปลี่ยนความคิดกัน
2.9 ติวเตอร์บล็อก(Tutorial Blog) เป็นบล็อกที่นำเสนอวิธีการต่าง

คุณค่าและประโยชน์ของบล็อก
1. การได้รับรู้และเห็นว่าในโลกปัจจุบัน…สังคมเราต้องมีการเปิดใจให้กันและกัน…เพื่อรับความรู้ใหม่ ๆ เข้ามาเติมเต็มให้กับชีวิตที่เรายังไม่รู้…ตลอดจนถึงได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน…
2. การได้มีโอกาสเรียนรู้กับโลกยุคใหม่ “โลกไซเบอร์” ซึ่งในอดีต เราไม่ได้รับการเรียนรู้เช่นนี้
3. ถ้ามนุษย์เราฝึกฝนและหมั่นเรียนรู้ในบล็อกนี้อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้อนาคตสังคมไทยจะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตและสามารถสอนให้คนไทยมีนิสัยในการรักการอ่านมากยิ่งขึ้น
4. การได้ฝึกฝนหลักการเขียนภาษาไทย ให้มีความชำนาญ แตกฉานในการใช้หลักไวยากรณ์ภาษาไทย + ภาษาอังกฤษ
5. การได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยนำความรู้ ประสบการณ์ดี ๆ นำมาแบ่งปันกัน อาจใช้เป็นตัวอย่างในด้านการเรียนรู้ ประสบการณ์ในการทำงาน การดำรงชีวิต การจัดระบบสังคมให้ดียิ่งขึ้น ความถูกต้องของกฎหมายที่สังคมต้องปฏิบัติร่วมกัน
6. เกิดการเคารพในความรู้ซึ่งกันและกัน โดยพูดกันด้วยเหตุด้วยผล
7. ทำให้ทราบถึงปัญหาในการพัฒนาส่วนราชการและประเทศว่าเกิดจากสาเหตุใด
8. ทำให้ทราบถึงปัญหาในช่วงรอยต่อระหว่างการบริหารราชการแบบใหม่กับการบริหารราชการแบบเก่า
9. ทราบถึงความเข็มแข็งและความอ่อนแอของผู้ที่ใช้กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับในการปฏิบัติงาน เนื่องจากถ้าปฏิบัติแบบผิด ๆ จะทำให้ระบบด้านกฎหมายในอนาคตผิดไปจากความเป็นจริง
10. ทำให้ทราบถึงจุดแข็ง – จุดอ่อนเกี่ยวกับการทำงานของภาคราชการและการพัฒนาตนเองของข้าราชการไทย
11. ทำให้ทราบถึงว่าปัจจุบันระบบราชการไทยยังมีระบบศักดินาในการทำงานของระบบราชการอยู่มาก และผู้บังคับบัญชายังใช้อำนาจในการทำงานหรือบังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ ซึ่งขัดกับการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่ได้มีการกระจายอำนาจให้กับส่วนราชการ โดยไม่ได้ให้หัวหน้าส่วนราชการใช้อำนาจ แต่ให้ใช้การวัดผลงาน + การทำงานเป็นทีมในการทำงานมากกว่าการใช้อำนาจ
12. ทำให้ทราบถึงการขับเคลื่อนของการใช้ระบบ IT ในระบบสังคมไทยเป็นไปอย่างช้า ไม่รวดเร็ว เห็นได้จากผู้ใช้บล็อกส่วนมากจะเป็นผู้ที่อายุกลางคนลงไป (ผู้ใหญ่ใช้บล็อกมีน้อย) ส่วนมากจะเป็นบุคคลที่มีอายุ ตั้งแต่อายุ 45 ปี ลงมาและจำนวนที่เข้าใช้ทั่วประเทศ… แต่การเข้ามาใช้ยังไม่มากเท่ากับจำนวนคนทั้งประเทศ
13. ทำให้ทราบว่าคนไทยยังไม่ค่อยเปิดใจในการรับความรู้ใหม่ ๆ (ค่านิยมดั้งเดิม คือ การเรียนแล้วได้รับราชการหรือทำงานต้องเป็นเจ้าคนนายคน) เมื่อ IT เข้ามาในระบบราชการจึงทำให้ยังคิดว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงยังคงใช้ระบบเดิม ๆ ถึงจะเปลี่ยนแปลง แต่ยิ่งถ้าเป็นผู้บริหารก็ไม่ค่อยสนใจและไม่ใส่ใจในการเรียนรู้ในโลกยุคใหม่…คงใช้กระบวนการในการทำงานแบบเดิม ๆ…
14. ทำให้ทราบว่าสังคมไทยยังยึดติดกับเรื่องการได้รับวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น เป็นที่ตั้งซึ่งนำมาเป็นตัวตั้งว่าตนเองมีความรู้ โดยไม่ได้คำนึงถึง
15. ทำให้ทราบถึงการแบ่งชนชั้น แบ่งประเภทของกลุ่มบุคลากรที่ทำงานภาครัฐ เช่น ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัย อย่างเด่นชัด…ทราบได้จากการเขียนในบล็อก…ซึ่งผิดจากความเป็นจริงที่รัฐมีนโยบายให้มีการแบ่งประเภทที่แตกต่างกัน สิทธิและสวัสดิการที่แตกต่างกันเท่านั้น แต่มิได้หมายความถึงว่า รัฐจะให้มีการแบ่งชนชั้นกัน…แต่มุ่งเน้นในเรื่องของการทำงานเป็นทีมมากกว่า…
16. ทำให้ทราบว่าบุคลากรทุกประเภทตามข้อ 15. ควรได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง…เนื่องจากบุคลากรส่วนใหญ่ยังไม่คำนึงการพัฒนาตนเองในด้านการทำงาน…ส่วนใหญ่จะคิดว่าการพัฒนาตนเองนั้น คือ การได้เรียนรู้ให้ได้รับวุฒิที่สูงขึ้นเพียงอย่างเดียว…ซึ่งความเป็นจริงการเรียนรู้ สามารถเรียนรู้ได้จากหลายประเภท…เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่บรรลุตามแผนพัฒนาระบบราชการไทย…ซึ่งเป็นการมุ่งสู่สากล…
17. ทำให้ทราบว่าข้าราชการไทย (คนเก่า) ไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องของการเรียนรู้ทาง e – learning ของสำนักงาน ก.พ. มากเท่าไร…จึงทำให้เห็นถึงการเข้าหรือทำงานร่วมกันได้กับคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่…ซึ่งทำให้เกิดปัญหาในการทำงานร่วมกัน…โดยไม่เปิดใจที่จะยอมรับการเรียนรู้…และมองว่าการที่คนรักที่จะเรียนรู้โดยการเขียนบล็อกเป็นการกระทำเรื่องแปลกประหลาด…
18. ทำให้เห็นถึงความรู้ระหว่างการเรียนรู้แบบใหม่กับการเรียนรู้แบบเก่า โดยมี Technology เป็นสื่อกลางระหว่างการเรียนรู้ทั้ง 2 ประเภท
19. ทำให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารที่ต้องการแจ้งให้ทราบ + ปฏิบัติ ด้วยความรวดเร็ว
20. ถ้าคนไทยหันมาเรียนรู้ในโลกยุคใหม่ โดยการเรียนรู้ทางบล็อกมากขึ้นกว่านี้…จะมีผลทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต…และจะส่งผลถึงการพัฒนาคนอย่างมีคุณภาพต่อไปในอนาคต…ปัญหาเรื่องการแบ่งแย่งจะค่อย ๆ ลดลง…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: